วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

มาอีกแล้วสำหรับคอเกมส์ ASUS GTX660 Ti Direct CU II TOP

รู้จัก Netcut กันรึยังคร๊าบ

          Netcut คือการตัดเน็ตชาวบ้านในวงแลนของเราครับ สมมติว่าเครื่องผมเปิดโปรแกรม Netcut มันก็จะไปหลอกชาวบ้านว่า เครื่องผมเป็น Router หรือ Gateway Server แล้วเครื่องผมก็จะบอกทางไปออกอิเตอร์เน็ตมั่วๆ ทำให้คนอื่นเล่นเน็ตไม่ได้นั่นเอง


ก่อนอื่น ขอแนะนำโปรแกรม "http://www.wireshark.org" เป็นฟรีแวร์ครับ เข้าไปโหลดได้เลย

วิธีใช้งาน
เปิด wireshark ขึ้นมา
- ตรง Filter: ใส่ !ip.addr==เบอร์ IP ของเครื่องเรา
เช่นเครื่องผมเป็น IP 192.168.1.102 ก็ใส่เป็น !ip.addr==192.168.1.102
- กด Capture -> Interface
ดูว่า Interface ไหนที่มี traffic วิ่งอยู่บน start ที่ interface นั้น ให้กด start ตัวนั้นได้เลย
ปล่อยมันทำงานไปซักพัก ปกติภายใน 1 นาทีคุณน่าจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้างใน network ของคุณ

การแปลผลลัพธ์

1. Netcut
หลักการในการสังเกต จาก traffic คุณจะเห็นว่ามี computer เครื่องใดเครื่องหนึ่ง ตอบ arp มากผิดปกติ
ในกรณีนี้ เขาใช้ netcut ให้ไปตัดที่ Router ของหอเลย (เลวจริงๆ) จึงเห็นว่า traffic ของ arp ทั้งหมดวิ่งไปที่เครื่องของเขา
เมื่อเขาทำแบบนี้จะทำให้เครื่องทั้งหอเล่นเน็ตไม่ได้ ถ้าไม่มีการป้องกัน

วิธีป้องกัน 
start -> run -> cmd
ใช้คำสั่ง arp -s <ip> <mac adress> , โดยที่ IP , MAC ADDRESS เป็นของ router ก่อนที่จะโดน netcut
วิธีหา arp ก็หาได้โดยการใช้คำสั่ง arp -a ดูที่ IP ที่เป็น gateway ที่เราเห็นจาก start -> run -> cmd , ipconfig /all
ถ้าโดน block ไปแล้วอย่าลืมสั่ง arp -d ก่อนน่ะครับ

2. Bit Torrentหลักการในการสังเกต จะเห็นว่ามีการส่ง UDP จาก computer เครื่องหนึ่งออกไปยัง host จำนวนมากในคราวเดียวกัน
ในส่วนหน้าจอสุดท้าย คุณมันจะเจอคำว่า token, get_peers, find_node, BT-SEARCH หรือว่า infohash มั่นใจได้เลยว่า
เจ้านี่เป็น packet ของ bit แน่นอน

เมื่อคุณรู้ห้องแล้ว คุณก็เดินไปบอกเจ้าของหอ พร้อมทั้งหลักฐานให้เขาเพื่อดำเนินการต่อไป ง่ายๆก็บอกให้เขาไปดึงสายไอ้ห้องนั้นออก
จากนั้นก็รอพลคนเล่นเน็ตในหอไปจัดการมัน

ทุกข้อมูลที่ได้ ยกเครดิตให้ : CyberJiab


ตัวอย่าง จากที่ผมลองใช้นะครับ
ค้นหา ip และ mac ของตัว rounter ใช้คำสั่ง arp -a
ถ้าในกรณีที่ยังไม่โดน NetCut จะขึ้นมาแค่บรรทัดเดียวครับ

Interface: 192.168.20.183 --- 0x2
Internet Address Physical Address Type
192.168.20.7 00-18-e2-79-52-4b static

<< ในส่วนของ type บางคนขึ้น "ไดดามิก" แต่พอดีผมล็อคแล้วมันเลยขึ้น "สตาติก" ครับ >>

ตามนี้เลยครับ
ให้ใช้สองตัวนี้ ในการใช้คำสั่ง
arp -s <ip> <mac adress> เช่น arp -s 192.168.20.7 00-18-e2-79-52-4b

วิธีนี้ใช้ได้ผลแน่นอนครับ เพราะผมก็ใช้ประจำ
การใช้วิธีนี้ เป็นการสั่งให้คอมพ์ของเรายึด ip,mac ของ rounter หอไว้ครับ
เข้าใจส่วนตัว : ทุกครั้งที่ใช้อินเตอร์เน็ต คอมพ์ของเราจะส่งคำร้องไปที่ rounter เพื่อข้อแลกเปลี่ยนข้อมูล และเจ้า NetCut มันคอยทำหน้าที่ในการส่ง ip,mac ของปลอมให้คอมพ์เราครับ ทำให้คอมพ์ของเราไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลจากที่ใดๆ ได้เลย

ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ควรทำทุกรอบครับ เพราะจากการทดลองของผม ต้องทำทุกครั้งที่เปิดคอมพ์ครับ
เป็นหลักยืนยันได้ว่า เวลาย้ายไปเล่นที่อื่น (สำหรับโน๊ตบุ๊ค) ก็ไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องล็อค ip mac ครับ

มารู้จักไวรัสคอมพิวเตอร์กันนิสนึง

คอมพิวเตอร์ไวรัสเป็นชื่อเรียกสำหรับโปรแกรมประเภทหนึ่งที่มีพฤติกรรมคล้ายๆ กับไวรัสที่เป็นเชื้อโรค ที่สามารถแพร่เชื้อได้และมักทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่ แต่ต่างกันตรงที่ว่าคอมพิวเตอร์ไวรัสเป็นแค่เพียงโปรแกรมเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต
ไวรัสคืออะไร

ไวรัส คือ โปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ได้ และถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ ซึ่งอาจเกิดจากการนำเอาดิสก์ที่ติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้อีกเครื่องหนึ่ง หรืออาจผ่านระบบเครือข่ายหรือระบบสื่อสารข้อมูล ไวรัสก็อาจแพร่ระบาดได้เช่นกัน
การที่คอมพิวเตอร์ใดติดไวรัส หมายถึงว่าไวรัสได้เข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไวรัสก็เป็นแค่โปรแกรมๆ หนึ่ง การที่ไวรัสจะเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำได้นั้นจะต้องมีการถูกเรียกให้ทำงานได้นั้น ยังขึ้นอยู่กับประเภทของไวรัสแต่ละตัว ปกติผู้ใช้มักจะไม่รู้ัตัวว่าได้ทำการปลุกคอมพิวเตอร์ไวรัสขึ้นมาทำงานแ้้ล้ว
จุดประสงค์ของการทำงานของไวรัสแต่ละตัวขึ้นอยู่กับตัวผู้เขียนโปรแกรมไวรัสนั้น เช่น อาจสร้างไวรัสให้ไปทำลายโปรแกรมหรือข้อมูลอื่นๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแสดงข้อความวิ่งไปมาบนหน้าจอ เป็นต้น
ประเภทของไวรัส

บูตเซกเตอร์ไวรัส

Boot Sector Viruses หรือ Boot Infector Viruses คือ ไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ของดิสก์ การใช้งานของบูตเซกเตอร์คือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาตอนแรก เครื่องจะเข้าไปอ่านบูตเซกเตอร์โดยในบูตเซกเตอร์จะมีโปรแกรมเล็กๆไว้ใช้ในการเรียกระบบปฏิบัติการขึ้นมาทำงานอีกทีหนึ่ง บูตเซกเตอร์ไวรัสจะเข้าไปแทนที่โปรแกรมดังกล่าว และไวรัสประเภทนี้ ถ้าไปติดอยู่ในฮาร์ดดิสก์ โดยทั่วไปจะเข้าไปอยู่บริเวณที่เรียกว่า Master Boot Sector หรือ Parition Table ของฮาร์ดดิสก์นั้น ถ้าบูตเซกเตอร์ของฮาร์ดดิสก์ใดมีไวรัสประเภทนี้ติดอยู่ ทุกๆ ครั้งที่บูตเครื่องขึ้นมาโดย พยายามเรียกดอสจากดิสก์นี้ ตัวโปรแกรมไวรัสจะทำงานก่อนและจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำเพื่อเตรียมพร้อมที่จะทำงานตามที่ได้ถูกโปรแกรมมา แล้วตัวไวรัสจึงค่อยไปเรียกดอสให้ขึ้นมาทำงานต่อไป ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โปรแกรมไวรัส

Program Viruses หรือ File Intector Viruses เป็นไวรัสอีกประเภทหนึ่งที่จะติดอยู่กับโปรแกรม ซึ่งปกติก็คือ ไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น COM หรือ EXE และบางไวรัสสามารถเข้าไปติดอยู่ในโปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น sys และโปรแกรมประเภท Overlay Programs ได้ด้วย โปรแกรมโอเวอร์เลย์ปกติจะเป็นไฟล์ีที่มีนามสกุลที่ขึ้นต้นด้วย OV วิธีการที่ไวรัสใช้เพื่อที่จะเข้าไปติดโปรแกรมมีอยู่ 2 วิธี คือ การแทรกตัวเข้าไปอยู่ในโปรแกรม ผลก็คือ หลังจากที่โปรแกรมนั้นติดไวรัสไปแล้ว ขนาดของโปรแกรมจะใหญ่ขึ้น หรืออาจมีการสำเนาตัวเองเข้าไปทับส่วนของโปรแกรมที่มีอยู่เดิม ดังนั้นขนาดของโปรแกรมจะไม่เปลี่ยนและยากที่จะซ่อมให้กลับเป็นดังเดิม การทำงานของไวรัสโดยทั่วไป คือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่ติดไวรัสอยู่ ตัวไวรัสจะเ้ข้าไปหาโปรแกรมตัวอื่นๆ ที่อยู่ในดิสก์เพื่อทำสำเนาตัวเองลงไปทันทีแล้วจึงค่อยให้โปรแกรมที่ถูกเรียกนั้น ทำงานตามปกติต่อไป

ม้าโทรจัน

ม้าโทรจัน (Trojan Horse) เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาใ้ห้ทำตัวเหมือนว่าเป็นโปรแกรมธรรมดาทั่วๆ ไป เพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำการเรียกขึ้นมาทำงาน แต่เมื่อถูกเรียกขึ้นมาแล้ว ก็จะเริ่มทำลายตามที่โปรแกรมมาทันที ม้าโทรจันบางตัวถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งชุด โดยคนเขียนจะทำการตั้งชื่อโปรแกรมพร้อมชื่อรุ่นและคำอธิบายการใช้งานที่ดูสมจริง เพื่อหลอกให้คนที่จะเรียกใช้ตายใจ จุดประสงค์ของคนเขียนม้าโทรจันอาจจะเช่นเดียวกับคนเขียนไวรัส คือ เข้าไปทำอันตรายต่อข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง หรืออาจมีจุดประสงค์เพื่อที่จะล้วงเอาความลับของระบบคอมพิวเตอร์

ม้าโทรจันนี้อาจจะถือว่าไม่ใช่ไวรัส เพราะเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดดๆ และจะไม่มีการเข้าไปติดตั้งในโปรแกรมอื่นเพื่อสำเนาตัวเอง แต่จะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการของผู้ใช้เป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ที่มีม้าโทรจันอยู่ในนั้นและนับว่าเป็นหนึ่งในประเภทของโปรแกรมที่มีความอันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบและสร้างขึ้นมาได้ง่าย ซึ่งอาจใช้แค่แบตซ์ไฟล์ก็สามารถโปรแกรมประเภทม้าโทรจันได้

โพลีมอร์ฟิกไวรัส

Polymorphic Viruses เป็นชื่อที่ใช้ในการเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการแปรเปลี่ยนตัวเองได้ เมื่อมีการสร้างสำเนาตัวเองเกิดขึ้นซึ่งอาจได้ถึงหลายร้อยรูปแบบ ผลก็คือ ทำให้ไวรัสเหล่านี้ยากต่อการถูกตรวจจับ โดยโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกนอย่างเดียว ไวรัสใหม่ๆในปัจจุบันที่มีความสามารถนี้เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สทีลต์ไวรัส

Stealth Viruses เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับได้ เช่น ไฟล์อินเฟกเตอร์ ไวรัสประเภทที่ไปติดโปรแกรมใดแล้วจะทำให้ขนาดของโปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้น ถ้าโปรแกรมไวรัสนั้นเป็นแบบสทีลต์ไวรัส จะไม่สามารถตรวจดูขนาดที่แท้จริงของโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากตัวไวรัสจะเข้าไปควบคุมดอส เมื่อมีการใช้คำสั่ง DIR หรือโปรแกรมใดก็ตามเพื่อตรวจดูขนาดของโปรแกรม ดอสก็จะแสดงขนาดเหมือนเดิมทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Asus pad